เจ้าสัวเจริญ…เปิดหน้า สร้างหุ่นยนต์ป้อนเข้าโรงงาน รับการผลิตในอนาคต

 

กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจและกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์  

 ซึ่งเป็นเจ้าของโดยมหาเศรษฐีเจริญสิริวัฒนภักดี   และนายธนินท์ เจียรวนนท์ 

กำลังวางแผนที่จะพัฒนาหุ่นยนต์   เพื่อตอบสนองโครงการ Thailand 4.0 

 

เจริญ-1

 

 

กลุ่มบริษัทไทยเบฟเวอเรจ (เจ้าสัวเจริญ) ได้เริ่มจัดตั้ง บริษัทย่อยชื่อ BevTech เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว   เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและเครื่องจักร  และรองรับการทำงานให้กับบริษัทในกลุ่มของไทยเบฟเวอเรจ     ตามข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แจ้งว่า บริษัท BevTech  ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท วิศวกรและวิศวกรจำนวน 60 คนได้รับเลือกจากโรงงาน  และ บริษัท เพื่อร่วมพัฒนาระบบ Robotics สำหรับการต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม

 

 

ในขณะเดียวกัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)   ได้ร่วมกับ สถาบันปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดศูนย์การเรียนรู้ด้าน Robotic คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ   และปัจจุบันกลุ่มเครือไทยเบฟ มีเป้าหมายที่จะใช้หุ่นยนต์ในโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านผลผลิตรวมทั้งจัดหาให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้ในองค์ต่อไปในอนาคต

 

 

robotic

โดยกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ (เจ้าสัวเจริญ) กล่าวว่า ปัจจุบันหุ่นยนต์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก    โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10-15%   จากภาคอุตสาหกรรม    ตามที่สหพันธ์หุ่นยนต์ระหว่างประเทศจะมีหุ่นยนต์ 2.32 ล้านตัวทั่วโลก

 

แผนไทย เบฟ 2520

ในปีนี้ซึ่งมีจำนวน 41,600 รายในประเทศไทย   การยอมรับหุ่นยนต์มากขึ้นสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0    ซึ่งมุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนา  โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่หกด้าน  คือ การเกษตรบริการธุรกิจขนาดเล็ก  และขนาดกลางอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

รองศาสตราจารย์สมภพ   มานะรักษ์   ประธานสถาบันปัญญาภิวัฒน์ (PIM)   กล่าวว่า   ได้ต้อนรับนักศึกษาจำนวน 50 คน  เข้าศึกษาในโครงการด้านวิศวกรรมและหุ่นยนต์อัตโนมัติ   ซึ่งจะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้

 


“หุ่นยนต์เป็นแนวโน้มของโลกความต้องการหุ่นยนต์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยได้รับอิทธิพลจากสังคมยุคที่ขาดแคลนแรงงานและเพิ่มผลผลิตและความสามารถในการแข่งขันทั่วโลก”   และ ปัจจุบันมีประมาณ 80% ของหุ่นยนต์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและส่วนที่เหลือในภาคบริการ     “หุ่นยนต์อาจมีผลกระทบเล็กน้อยต่อคนงาน แต่แรงงานหลังใหม่ก็จะมีโอกาสในการจ้างงานใหม่ขึ้นอยู่กับว่าเราเตรียมตัวเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภาคใหม่ ๆ เหล่านี้อย่างไร”   ดร. สมภพกล่าว


นาย Pisanu Vichiensanth กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสกลุ่ม บริษัท ไทยเบฟแอนด์กรุ๊ปโออิชิกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่ากลุ่มนี้ใช้หุ่นยนต์เกือบ 100 หุ่นยนต์ในคลังสินค้าและโรงงาน   ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่จังหวัดสระบุรี บริษัท ได้ลงทุน 2 พันล้านบาทในสถานที่   “เราจะใช้โรงงานแห่งนี้เป็นที่พึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะเชื่อมโยงกับลาวพม่าและกัมพูชาในอนาคต”   เขากล่าว

 

 

นอกเหนือจากโรงงานโออิชิแล้วยังมีการใช้หุ่นยนต์เพิ่มเติมเพื่อทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของไทยเบฟรวมทั้งสุราเบียร์น้ำดื่มและโซดา คาดว่าจะใช้หุ่นยนต์ประมาณ 1,000 ในเครือข่ายของ บริษัท ในอนาคต   “โรงงานบางแห่งของไทยเบฟยังคงพึ่งพาระบบการผลิตแบบกึ่งอัตโนมัติโดยระบบอัตโนมัติจะไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานของเราเพราะเราไม่มีนโยบายที่จะวางระบบไว้” Automation จะช่วยให้เราเพิ่มผลผลิตได้เป็นสองเท่า “คุณ Pisanu กล่าว .

 

(Cr. Google)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>