รู้หรือไม่! ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ …. มาจากไหน

หมอกควัน   ถือว่าเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญของภาคเหนือ  มาจากการเผาไหม้ทำให้เกิดสารมลพิษทางอากาศที่ฝังตัวอยู่กับอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทำให้อากาศไม่บริสุทธิ์และมีผลกระทบต่อสุขภาพของทางเดินหายใจ

 

ว่าแต่มีใครรู้บ้าง….หมอกควันภาคเหนือ  มาได้อย่างไร  และลอยมาจากหนแห่งใดบ้าง

ในทุกปีไม่ต้องเดาเลยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน  จะมีปัญหาหมอกควันในภาคเหนือทุกครั้ง  และเริ่มมีประเด็นข่าวราวกับนัดล่วงหน้าไว้   ปัจจุบันหมอกควันกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขไม่จบและจับต้นชนปลายไม่ได้   แม้จะมีผู้ค้นหาวิธีแก้ไขและสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง    สุดท้ายก็ยังไม่พบการแก้ไขปัญหานี้อย่างบูรณาการที่ยั่งยืนได้สำเร็จ

 

ข้อมูลจาก Gisda 2558

 

จากสถิติข้อมูลจุดความร้อนของ GISDA พบว่า  ประเทศไทยมีจุดความร้อน 24,620 Hot spot  รวมแล้วน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน   โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้านจะมีบริเวณจุดความร้อนมากที่สุด   เช่น พม่ามีจุดความร้อน 52,710 Hot spot  ลาวมีจุดความร้อน 35,792 Hot spot เป็นต้น    ทำให้ค่าฝุ่นละอองที่ถูกมรสุมลมหนาวพัดผ่านเข้ามาในบริเวณชายแดนที่ใกล้กับจังหวัดของไทย  ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย  แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่  น่าน   ทำให้มีค่าฝุ่นละอองพัดเข้ามาในฝั่งไทย  จึงเป็นสาเหตุต้นตอหลักในปัญหาหมอกควัน    โดยจะเกิดขึ้นมาที่สุดในช่วงกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี

 

 

 

สำหรับการปัญหาหมอกควันข้อมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน นั้น  การแก้ไขปัญหาหมอกควันบางสาเหตุก็เป็นเหตุสุดวิสัยที่อยู่เหนือการควบคุมได้  วิธีการแก้ไข คือ  

 

1. ติดตามการตรวจวัดและรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ เช่น  เว็บไซต์ กรมควบคุมมลพิษ (www.aqmthai.com) แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน “Air4Thai” หนังสือพิมพ์วิทยุ และโทรทัศน์

2. เจรจาในการประชุมอาเซียน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศอาเซียนร่วมกัน

3. วิธีป้องกันตัวเองจากมลพิษฝุ่นควัน  10 วิธี ป้องกันตัวเองจาก หมอกควัน  ดังนี้

 

ดังนั้น   อาเซียนและรัฐบาลในภูมิภาคอาเซียนต้องปรับบทบาท และทัศนคติโดยต้องยึดถือประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว อีกทั้งต้องประสานความร่วมมือ และต้องร่วมกันหาทางออก เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนอาเซียนให้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่างแท้จริง

 

 

#Gisda thailand  และ กรมควบคุมมลพิษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>