แก้ พ.ร.บ.ยาฯ ไม่เอื้อร้านสะดวกซื้อ ทำเพื่อปชช.

พระราชบัญญัติยาในประเทศไทยฉบับที่ใช้บังคับใช้ในปัจจุบัน มีการประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2510 หรือเป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว ทำให้มีเนื้อหาหรือบทบัญญัติบางประการที่ไม่สมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้มีความพยายามจากหลายหน่วยงานหลายฝ่าย ในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ให้มีความทันสมัยการงานด้านเภสัชกรรมและการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายว่าการแก้ปัญหาใดๆ ต้องมุ่งสู่พี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ถือเป็นหัวใจว่าการทำงานทุกเรื่องพี่น้องประชาชนต้องได้ประโยชน์ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า แนวคิดและวิธีการของกระทรวงสาธารณสุข และอย. ได้เดินตามนโยบายอย่างชัดเจน เพียงแต่วันนี้การสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปอาจไม่ครอบคลุม ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่าเมื่อได้สร้างความเข้าใจกันแล้ว โดยเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พรบ.ยา 7-11

จากกระแสพรบ.ยาฯ ฉบับใหม่เอื้อ “ร้านสะดวกซื้อ” หรือนายทุนหรือไม่ ???

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)  กล่าวว่า

ในพ.ร.บ.ยาฯ ฉบับปัจจุบัน รวมถึงกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ระบุชัดเจนว่า การเปิดร้านขายยา ไม่ว่าจะเป็นร้านเฉพาะ หรือเป็นชั้นวาง เขียนไว้ชัดว่า ต้องมีเภสัชกรเท่านั้น และในการแก้ไขพ.ร.บ.ยาฯฉบับใหม่ไม่ได้ไปแก้ไข หรือไปทำอะไรเรื่องนี้เลย ยังคงกำหนดให้ร้านขายยาต้องมีเภสัชกรไว้เหมือนเดิม ขอยืนยัน ซึ่งไม่มีตรงไหนไปแก้ไข หรือเอื้อให้เกิดช่องในการเปิดร้านขายยาใหม่โดยไม่มีเภสัชกร ไม่มีจริงๆ ประเด็นที่เป็นปัญหาเป็นเรื่องระหว่างวิชาชีพตามที่เห็นในข่าว เพราะพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) เขาต้องจ่ายยาตามแพทย์สั่ง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีเภสัชกรในรพ.สต. อยู่เลย จึงต้องให้พยาบาลจ่ายยา ซึ่งก็ถามหาว่า ไม่มีกฎหมายรองรับหน้าที่พวกเขา จึงอยากให้ อย.มีกฎหมายรองรับการจ่ายยาของพวกเขาในรพ.สต.

“ ประเด็นมีแค่นี้ แต่กลับมีการขยายความว่า จะไปเปิดช่องให้ร้านขายยา เอาคนที่ไม่ใช่เภสัชกรมาขาย ซึ่งไปกันใหญ่แล้วเนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันเข้มมาก ร้านที่เปิดใหม่ๆ ถูกบังคับหมดต้องมีเภสัชกรเท่านั้น และในร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ร้านเดิมๆที่ไม่มีเภสัชกร ก็มีการควบคุม โดยหากเปลี่ยนเจ้าของร้านขายยาเมื่อไหร่ ก็ต้องมีเภสัชกร หากหาไม่ได้ก็ต้องปิดร้าน ดังนั้น ในอนาคตหมายความว่า ร้านขายยาเดิมที่ยังคงเปิดโดยไม่มีเภสัชกร ซึ่งอาจเปิดตั้งแต่พ.ศ.2510 ร้านพวกนี้จะค่อยๆหมดไป เพราะกฎหมายจะควบคุมหมด”

ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า

ความจริงเรื่องระบบสุขภาพต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยมีความหลากหลาย แต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ก็ต้องเลือกประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนพ.ร.บ.ยาฯ ตั้ง 51 ปีแล้ว แก้ไขไม่ได้เพราะ มีความขัดข้องประเด็นวิชาชีพ ทั้งๆที่ยังมีเรื่องอื่นๆที่ออกมาแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชนมากมาย ซึ่งกำลังให้อย.ทำออกมา 10 ข้อที่เห็นชัดๆ ไปเลย มีประเทศไหนใช้พ.ร.บ.ยา ตั้ง 51 ปี ไม่แก้ไข ประเทศอื่นไม่มี โลกไปถึงไหนแล้ว พอจะออกก็ถูกตีกลับที่เดิมในเรื่องเดิมๆ ดังนั้น หากมองข้ามประโยชน์ในบางส่วน เราก็จะเห็นประโยชน์ส่วนรวม นอกจากนี้ ในเรื่องที่เป็นปัญหา

“ ต้องย้ำว่า ไม่ได้บรรจุไว้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เลย ไม่มีบอกเลยว่า วิชาชีพไหนจ่าย วิชาชีพไหนไม่จ่าย เพราะต้องออกกฎกระทรวงตามมา ซึ่งกฎกระทรวงยังไม่ออกมาเลย จึงอย่าตีตนไปก่อนไข้ รวมทั้งคนที่ไปออกในโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ไม่รับผิดชอบอะไร แต่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขต้องรับผิดชอบในทุกอย่างที่เราออกมา เพราะจะเป็นกฎหมาย โดยย้ำว่าทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น อย่าสร้างความขัดแย้งกันเลย เพราะทุกวิชาชีพต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว อย่าเอาเรื่องบางอย่างมาทำให้หมองใจกันดีกว่า และร่างพ.ร.บ.นี้เมื่อส่งไปที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา หากเห็นชอบก็ไม่ได้สิ้นสุด เพราะขั้นตอนต้องผ่านไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งก็จะมีเวทีในการพูดคุยอีก และก็ต้องไปสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อีก ซึ่งก็จะมีการให้ความคิดเห็นอีก”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>