“สมคิด” สั่งลุยกู้ซากรถไฟ ดึงบิ๊กซีพี-มือการเงิน เร่งทางคู่-ไฮสปีด-ปลดแอกหนี้แสนล้าน

การปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ“ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” ยกชุด ไม่ใช่แค่การครบวาระตามปกติ ว่ากันว่ามีนัยสำคัญซ่อนเร้นที่ “รัฐบาลทหาร” ต้องการส่งมืออาชีพด้าน “การเงิน-การคลัง” มาสางปมปัญหาหนี้ร่วม 1 แสนล้านบาท ที่ “ร.ฟ.ท.” แบกจนหลังแอ่นให้จบโดยเร็ว หลังล่าช้ามานานนับปี    ซึ่งบอร์ดชุดใหม่ เป็นการปรับโหมดจากในอดีตจะเลือกใช้บริการมือกฎหมาย มาเป็นใช้บริการด้าน “เทคโนแครตกระทรวงการคลัง” เป็นหลัก     โดย “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นผู้พินิจพิเคราะห์เองกับมือ ล้วนเป็นคนที่คุ้นเคยและร่วมงานกันมา

 

ไม่ว่า “ดร.คณิศ แสงสุพรรณ” อดีตบิ๊กกระทรวงการคลัง ขณะนี้รั้งเก้าอี้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บมจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ ธุรกิจของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ คุมโปรเจ็กต์ไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-ระยองโดยเฉพาะ

ส่วน “บวร วงศ์สินอุดม” อดีตซีอีโอในเครือ ปตท. ซึ่งปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ด้าน “อานนท์ เหลืองบริบูรณ์”รองอธิบดีกรมทางหลวง ก็เคยเป็นศิษย์ MBA ของรองนายกฯสมคิดสมัยที่สอนอยู่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

สำหรับ “รองศาสตราจารย์ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์” เป็นถึงรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะบริการธุรกิจจากนิด้า ขณะที่ “อัญชลี เต็งประทีป” เคยเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงการคลังและคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

สุดท้าย “อำนวย ปรีมนวงศ์” ก่อนจะนั่งตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง เคยเป็นลูกหม้อกรมธนารักษ์ดูการพัฒนาที่ดินมาร่วม 20 ปี

“บอร์ดชุดใหม่ ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ผ่านงานเอกชนมาก่อน เป้าหมายของรัฐบาล เพื่อมาสางหนี้และสร้างรายได้เพิ่มให้กับรถไฟ โดยการนำที่ดินแปลงมีศักยภาพกว่า 3 หมื่นไร่ เปิดให้เอกชนพัฒนา หรือดึงเจ้าสัวมาร่วมลงทุนในโครงการต่าง ๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง โดยให้สิทธิการพัฒนาอสังหาฯรอบสถานี รวมถึงผลักดันการพัฒนาโครงการของ ปตท.ที่จะขยายธุรกิจมายังอสังหาฯด้วย”แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าว

ขณะที่ “พิชิต อัคราทิตย์” ประธานบอร์ดการรถไฟฯ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งานด่วนของรถไฟตอนนี้คือเร่งการลงทุนรถไฟทางคู่ในแผนเร่งด่วน 6 เส้นทาง มูลค่าการลงทุนกว่า 1.29 แสนล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนงาน และเปิดประมูลให้แล้วเสร็จภายในปี 2559

เนื่องจากรถไฟเป็นหน่วยงานสำคัญในแง่ของยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องโลจิสติกส์ เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจหันมาขนส่งทางรางมากขึ้น เพื่อลดต้นทุน

“นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) อยากให้เน้นลงทุนระบบรางเพื่อเดินหน้าพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการบริการด้านรถไฟ การพัฒนาที่ดินสองข้างทางรถไฟ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดรวมถึงการพัฒนาโลจิสติกส์ ทั้งรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 8 ปีอยู่แล้ว”

อีกส่วนที่สำคัญคือ การพัฒนาองค์กรรถไฟให้มีความเหมาะสมในการบริหารจัดการในอนาคต เนื่องจากต่อไปจะมีทั้งการบริการของรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง จะต้องเตรียมโครงสร้างองค์กรให้พร้อม

“การลดภาระหนี้เป็นเรื่องการบริหารองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องทำ ตามนโยบายภาครัฐ ส่วนรถไฟความเร็วสูงต้องไปดูว่า ทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด รวมทั้งการพัฒนาที่ดิน ทั้งสถานีกลางบางซื่อ ที่ดินแปลงใหญ่ ๆ เช่น สถานีแม่น้ำ และย่าน กม.11″ นายพิชิตกล่าวและว่า

สำหรับการแก้ปัญหารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ อย่างแรกจะดูเรื่องการให้บริการก่อน หาวิธีการจะทำยังไงให้ประชาชนที่ใช้บริการอยู่ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่ององค์กรจะเดินหน้ายังไงต่อไปนั้น ขอศึกษาในรายละเอียดอีกสักระยะหนึ่ง

เช่นเดียวกับการเดินรถสายแดง ที่รถไฟขอบริหารเอง จะขอเวลาศึกษารูปแบบจะให้เอกชนเข้าร่วม PPP หรือจะให้รถไฟบริหารจัดการ

ยังน่าติดตาม เมื่อ “นักการเงิน-การคลัง” มาบริหารงานองค์กรได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนสนธยา” จะพลิกโฉมหน้าองค์กรที่มีอายุ 119 ปี ให้ไฉไลได้แค่ไหน

เครดิต   ประชาชาติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>