อุตุฯแจงข่าวลือเกิด”ฮีตเวฟ”ในไทย ไม่เป็นความจริง!!!

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศชี้แจงข่าวลือ เรื่อง คลื่นความร้อนหรือฮีตเวฟ (Heat Wave) บริเวณประเทศไทย ในช่วงวันที่ 20-22 มีนาคม 2560  ไม่เป็นความจริง… 

 

 

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศ เรื่อง ชี้แจงข่าวลือเรื่อง คลื่นความร้อนหรือฮีตเวฟ (Heat Wave) บริเวณประเทศไทย  ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า “ในช่วงวันที่ 20-22 มีนาคม 2560 จะเกิดคลื่นความร้อน หรือ ฮีตเวฟ (Heat Wave) บริเวณประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย    เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์อีควิน็อกซ์ (Equinox) ทำให้อุณหภูมิจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดโรค “ลมแดด หรือ ฮีทสโตรก” ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้“  กรมอุตุนิยมวิทยา ขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่ได้มีที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศต่างๆ ข้างต้นแต่อย่างใด  ซึ่งข้อเท็จจริง คือ…

 

“ปรากฏการณ์ อีควิน็อกซ์ (Equinox) เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับบริเวณเส้นศูนย์สูตรพอดี ทำให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน และจะเกิดขึ้นวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคม ของทุกๆปี  และไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดคลื่นความร้อน หรือ ฮีตเวฟ แต่อย่างใด และในช่วงวันดังกล่าวของปีนี้ บริเวณประเทศไทยไม่ได้มีอากาศร้อนจัดเนื่องจากคาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 14-19 มีนาคม พ.ศ. 2560  จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ส่งผลให้อากาศคลายความร้อนลง ส่วนช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเหมือนทุกๆ ปี และปีนี้จะไม่ร้อนมากกว่าปี พ.ศ. 2559  ที่ผ่านมา…

 

 

สำหรับคลื่นความร้อนนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อ “อุณหภูมิสูงสุดประจำวันสูงกว่าค่าปกติ โดยเฉลี่ยมากกว่า 5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกินกว่า 5 วันขึ้นไป (อ้างอิงจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก) ในส่วนของประเทศไทยจะไม่มีคลื่นความร้อนเกิดขึ้น

ถึงแม้ว่าอุณหภูมิในตอนกลางวันจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะสูงไม่เกินค่าปกติมากนัก และในช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้าอากาศจะคลายความร้อนลงทำให้ไม่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ส่วนกรณีของ โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด     ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ป่วย ผู้สูงวัย เด็ก ผู้ที่ทำงานหรือประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง    จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน และควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

 

 

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 0 2399 4012-3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง…

 

#กรมอุตุวิทยา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>